Gac Fruit Farm

บ้านฟักข้าว สารภี เชียงใหม่

   ส.ค. 30

Gac ผลไม้มงคล สัญลักณ์แห่งความโชคดี

ในความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล จนถึงปัจจุบัน ชาวเวียตนาม เชื่อว่า gac เป็นผลไม้จากสรวงสวรรค์ มีสีสันสวยงาม อันเป็นมงคล และนิยมใช้ในงานพิธีมงคล เช่น งานแต่งงาน งานเฉลิมฉลองปีใหม่ งานบวงสรวงเทพเจ้า บรรพบุรษ หรือแทบจะทุกงานมงคลเลยทีเดียวจึงได้ขนานนาม และยกย่องให้เป็น “ผลไม้แห่งความโชคดี”
ที่นิยมกันมาก ก็คือ ในงานงานแต่งงาน คู่บ่าวสาว ก็จำทำการไหว้ บรรพบุรุษ ด้วย ข้าวฟักข้าว หรือ xoi gac ที่มีสีส้ม และมีสัญลักณ์อักษร มงคล จะทำให้เป็นศิริมงคล การเริ่มต้นใหม่สำหรับชีวิตคู่สมรส ให้มีความ อุดมสมบูรณ์ พูนสุข ตลอดไป
ในวันขึ้นปีใหม่ ของชาวเวียตนาม จะทำอาหารเพื่อ ไหว้เจ้า เทพเทวดา ด้วยอาหารที่มีสีสันสวยงาม และได้รับประทาน xoi gac เชื่อกันว่า เทพเจ้า จะอวยพรให้ผู้นั้นโชคดี มีโชคลาภมั่งมี ศรีสุข อายุยืน มั่งคั่ง ไปตลอดปีใหม่ นั่นเอง
ชาวเวียตนาม จึงนิยมปลูก ต้นฟักข้าว กันเกือบทุกครัวเรือน สามารถพบเห็นได้ทั่วไป

ในความเชื่อของไทยโบราณเอง ก็พบว่ามีการใช้ ต้นฟักข้าว และผล เป็นส่วนประกอบในพิธีกรรม บวงสรวงเทพ เทวดา, งานทำบุญบ้าน, งานแต่งงานเช่นกัน ทั้งนี้ ประกอบกับชื่อ และ ความหมาย เป็นมงคล อันหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ เช่นเดียว กับ ฟักทอง ฟักเขียว
     ดังที่กล่าวมาข้างต้น ฟักข้าว หรือ gac จึงมีความสัมพันธุ์ กับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อ คู่กับชาวเอเชีย มาแต่โบราณกาล ช้านาน ฟักข้าวจึงได้รับการขนานนาม ว่า เป็น “ผลไม้แห่งสรวงสรรค์ Fruit from heaven และผลไม้แห่งความโชคดี” ที่มีทั้งคุณค่าทางอาหาร ประโยชน์นานับประการ และคุณค่าทางจิตใจ นั่นเอง


   ก.ค. 31

“อย่าปล่อยให้หน้าใสๆ ถูกธรรมชาติลงโทษ”

 4 สูตรหน้าใส ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า
ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส
นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน
เตรียมโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และ เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว 3-4ช้อนโต๊ะ ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ
ผสมโยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี


   ก.ค. 01

“จงทำอาหาร ให้เป็น ยา และ จงทำยา ให้เป็น อาหาร” ฮิปโป เครติส

“จงทำอาหาร ให้เป็น ยา และ จงทำยา ให้เป็น อาหาร” ฮิปโป เครติส

ประเทศไทย เป็นประเทศที่อุดมไปด้วยพืชผัก ที่มีคุณประโยชน์มากมาย และในพืชผัก หลายชนิดก็มีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรค หรือที่เรียกว่า “สมุนไพร” โดยปกติแล้วเราจะรู้จักการนำพืชผักสมุนไพร ประจำท้องถิ่น นำมาดัดแปลง ปรุงเป็นอาหารในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ดังจะเห็นจากเมนู ตำหรับอาหารไทย ที่ส่วนมากมีผัก สมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก จึงอาจกล่าวได้ว่า “เราบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์เป็นประจำอยู่แล้ว”

การเลือกทานผัก-ผลไม้หลากสีสันทุกวัน จึงมีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยให้ได้คุณประโยชน์จากกลุ่มผัก-ผลไม้เหล่านั้น โดยในแต่ละสีสันให้ประโยชน์ ดังนี้

ผักสีแดง  จะมีสาร Cycopene เป็นตัวพิกเมนต์ให้สีแดงในแตงโม มะเขือเทศ และฟักข้าว หรือ ผล Gac สาร Betacycin ให้สีแดงในลูกทับทิม บีตรูต และแคนเบอร์รี่ สารทั้งสองอย่างนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Antioxydants ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งหลายชนิด

ผักสีส้ม หรือ สีเหลือง ฟักทอง แครอท มะละกอ มะม่วง ล้วนอุดมไปด้วยวิตามินที่มีศักยภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระอันเป็น ตัวก่อมะเร็ง คนผิวขาวที่กินมะละกอ หรือแครอตมาก ผิวจะออกสีเหลืองสวย ช่วยลดระดับคอเลสเทอรอล หรือหากกินมะละกอห่ามมากๆ นานถึง 2 ปีอาจจะช่วยเปลี่ยนสีผิวหน้าที่เป็นฝ้าให้หายได้โดยไม่ต้องพึ่งครีมแก้ฝ้าเลย กรณีของข้าวโพดจะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดสี หรือแสงสีของเรตินาดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนแก่มองไม่เห็น

 ผักสีเขียว ซึ่งพิกเมนต์คลอโรฟิลล์จะเป็นสารที่ให้สีเขียวแก่ผักต่างๆ ผักที่มีสีเขียวเข้มมากยิ่งมีคลอโร-ฟิลล์มาก เมื่อคลอโรฟิลล์ถูกย่อยแล้วจะมีพลังแรงมากในการป้อง กันมะเร็ง ทั้งยังช่วยขจัดกลิ่นเหม็นต่างๆ ในตัวคนอีกด้วย

ผักสีม่วง พืชผักสีม่วงมีสารแอนโทไชยานิน สีม่วงในดอกอัญชัน กะหล่ำปลีม่วง ผิวเข้ม ชมพู่มะเหมี่ยว มะเขือม่วง สารสีม่วงนี้จะช่วย ลบล้างสารที่ก่อมะเร็ง และสารAnthocyanin นี้ยังออกฤทธิ์ทาง ขยายเส้นเลือดช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและอัมพาตได้ดี

ผักสีขาว มะเขือขาวเปราะ ผักกาดขาว ดอกแค โดยเฉพาะดอกแคนั้นมีกันแทบทุกครัวเรือน ยอดแคมีเบตาแคโรทีนสูงมาก ดอกแคมีวิตามินซี ช่วยแก้หวัดได้ดี แถมยังช่วยให้ผิวสวย อย่าลืมดึงเกสรออกก่อนนำไปลวกหรือต้มเพราะเป็นส่วนที่ขมมากที่สุดนั่นเอง

 ความมหัศจรรย์แห่งพลังผัก 5 สี

มหัศจรรย์ที่ 1 การกินผักผลไม้เป็นประจำ จะทำให้ คนคนนั้นเจ็บป่วยน้อย กว่าคนไม่กินผักผลไม้ หรือเมื่อเจ็บป่วยร่างกายจะฟื้นฟูหรือปรับสภาพได้เร็วกว่าคนไม่กินผัก

 มหัศจรรย์ที่ 2 ผักผลไม้มีวิตามินซี เบตาแคโรทีน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระไม่ให้เกิดมะเร็ง มะเร็งเกิดจาก เซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ พักผ่อนไม่พอ อารมณ์หงุดหงิด กินอาหารมันเกินไป ไม่เล่นกีฬา ไม่ออกกำลังกาย อนุมูลอิสระเมื่อเกิดขึ้นจะทำให้เซลล์ตายทำให้หนังเหี่ยวแก่เร็ว แต่ถ้าหนังไม่เหี่ยวไม่แก่ ก็จะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง คนที่กินผักผลไม้เป็นประจำจึงมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนไม่กินผักและผลไม้

 มหัศจรรย์ที่ 3 ผักและผลไม้มีไฟเบอร์หรือใยอาหาร มะเขือเทศ ผักสีส้ม ไม่ได้มีเพียงเบตาแคโรทีน แต่กินเข้าไปปุ๊บมีใยอาหาร ไฟเบอร์ชนิดที่ละลายในน้ำมหัศจรรย์มาก มีวิตามินซี วิตามินเอ เบตาแคโรทีน และแคลเซียมจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และร่างกายนำไปใช้เดินเหินได้ กระดูกแข็งแรงขึ้น สามารถป้องกันโรค แต่มีอยู่ตัวหนึ่งในผักและผลไม้ที่ดูดซึมไม่ได้เลยคือไฟเบอร์ ใยอาหารตัวนี้จะมีน้ำหนัก เกาะตัวเป็นก้อน ไหลผ่านลำไส้ ผ่านกระเพาะ เพื่อดักจับไขมัน น้ำตาลและสารพิษทั้งหลายที่ติดเข้าไปกับอาหารที่กินเข้าไป และจะเก็บไว้บนลำไส้ใหญ่ รุ่งเช้า มาก็จะถ่ายออกไป

การที่เราจะเริ่มต้นปลูกผักสวนครัวง่ายๆ ด้วยตัวเอง ยิ่งพ่อแม่หาโอกาสชวนลูกปลูกผัก รดน้ำพรวนดินด้วยกัน เป็น

“การปลูกฝังความคิดดีๆ แทนที่จะพาเดินเข้าห้างสรรพสินค้ากินฟาสต์ฟูดเพิ่มไขมัน”

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานแล้ว ยังต้องปฏิบัติควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้สุขภาพที่สมบูรณ์สูงสุดก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 


   มิ.ย. 27

ผลิตผล ผลิตภัณฑ์สินค้า จากฟักข้าว

เมล็ดพันธุ์ฟักข้าว (สำหรับเพาะปลูก) บรรจุแพคละ 10เมล็ด พร้อมเอกสารแนะนำการเพาะเมล็ด

ราคาแพคละ 70บาท

   ฟักข้าวอบแห้ง (ยาต้มสมุนไพร) ต้มดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย หรือผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ตามแบบ ยาต้มเป็นยาแผนโบราณ  

ขนาดบรรจุ 50กรัม ราคาแพคละ 90บาท

บรรจุ 100 กรัม ราคาแพคละ 180บาท

                                              ชาฟักข้าว (บรรจุในซองชา)

ดื่มเป็นน้ำชาสมุนไพร บำรุงร่างกาย  บรรจุ แพคละ 6 ซองชา   ราคาแพคละ 35 บาท

 ชาเขียวฟักข้าว (จากยอดฟักข้าว) ดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ เป็นชาเขียวธรรมชาติ ช่วยลดการอุดตันไขมันในเส้นเลือด และดับพิษร้อนในร่างกาย

บรรจุ แพคละ 6 ซองชา   ราคาแพคละ 35 บาท

   เครื่องดื่มฟักข้าวผง (รสหวาน)ผสมน้ำผึ้ง

สำหรับชงดื่มเป็นเครื่องดื่มน้ำผลไม้ จากเผื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว อุดมไปด้วยสารไลโคพีน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ปรุงรสหวาน หอม ชื่นใจ หรือใช้ผสมกับน้ำผลไม้ ส้ม มะนาว เสาวรส ฯลฯ

บรรจุ 250กรัม (ในกระปุกอลูมิเนียม) ราคากระปุกละ 350บาท

สั่งซื้อสินค้าได้ที่     Tel & Fax. 053-428183  หรือ 086-9531114


   มิ.ย. 17

Gac rice ข้าวหุงจากฟักข้าว เมนูเพื่อสุขภาพ

ข้าวหุงจากฟักข้าว Gac rice อุดมไปด้วย ไลโคพีน และ วิตมิน A

เมนูเพื่อสุขภาพ ทำง่าย รับประทานได้ทั้งครอบครัวค่ะ สุขภาพดีกันถ้วนหน้าค่ะ ก่อนอื่นเราต้องหา ผลฟักข้าวที่สุก ข้าวในจะมีสีแดง (ใช้เฉพาะข้างในนะคะ) ตักมาผสมกับข้าวสารที่ล้างสะอาดแล้ว คนให้เข้ากัน (ไม่ต้องเอาเมล็ดออกค่ะ) เพราะในเมล็ดก็มีน้ำมันที่เป็นประโยชน์แก่สุขภาพเช่นกันค่ะ (สูตรชาวเวียตนาม)ของแท้ต้องมีเมล็ดปนด้วย จะได้รับประกันว่าไม่ได้ใส่สีผสมอาหาร แล้วก็เติมน้ำให้พอดีกดหม้อหุงข้าวตามปกติ

สีสันแดงสด น่าทานนะคะ และแล้วก็ได้ข้าวหุง หน้าตา เช่นนี้ค่ะ ง่ายไม๊คะ เมนูเพื่อสุขภาพทานได้ทั้งครอบครัว มีไลโคพีน และ วิตมินA สูง บำรุงสายตาได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ

หากมีผลฟักข้าวสุก ก็ลองทำดูนะคะ รสชาติ หอม มัน อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ


   มิ.ย. 15

ฟักข้าว “ความเหมือน ที่แตกต่าง” หลากหลายสายพันธุ์

ฟักข้าว หรือ Gac ที่เป็นพืชต้นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอากาศแบบร้อนชื้น สามารถพบได้ตั้งแต่เหนือสุดคือ จีน พม่า ไทย เวียตนาม ลาว กัมพูชา ปากีสถาน อินเดีย และยังพบถึง ทวีปออสเตเลีย ทางตอนบนอีกด้วย

ในประเทศไทย สามารถพบเห็น ฟักข้าว ได้เกือบทั่วทุกภาค แต่ละท้องถิ่นก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เช่น ทางเหนือ เรียก”ผักข้าว”   อิสาน “หมากอูบข้าว” ภาคใต้ “ขี้พร้าไฟ และ ขี้กาวเครือ”  และก็ยังพบอีกว่า ฟักข้าวมีความหลากหลายทางสายพันธุ์ของแต่ละท้องถิ่น ก็ยังมีลักษณะแตกต่างกันไป  เช่น ผักข้าว ทางเหนือ ที่พบเห็นทั่วไป จะมีใบกลมปลายแหลมเหมือน ใบโพธิ์ ลูกเล็กขนาด ลูกเทนิส หรือขนาดโตเต็มที่ ประมาณ 500กรัม  ส่วนพันธุ์ที่พบเห็นทั่วไปในประเทศไทย พบว่า เป็นพันธุ์ใบแฉก 3 แฉก ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15-20เซนติเมตร และขนาดลูกโตประมาณ 500กรัม- 1300กรัม  ส่วนทางภาคใต้ จากคำบอกเล่าทราบว่า มีผลขนาดปานกลาง

ฟักข้าว จากแต่ละท้องถิ่นยังมึความแตกต่างกันทางกายภาพ บ้างก็ทรงรี ทรงกลม ลูกยาวรี เช่น ตัวอย่างที่ได้จากจังหวัดแพร่ จะเป็นทรงรียาว ก้นแหลม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ ฟักข้าว อูบข้าว ของทางจังหวัดเลย หนองคาย

จากภาพ ความแตกต่าง ของเมล็ด ฟักข้าว ที่ได้จากแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ จากแหล่งต่างๆ จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดของเรื่องขนาด (เทียบกับเหรียญ 5บาท)จากเล็กสุด เป็นเมล็ด”ผักข้าว”ที่พบในจังหวัดเชียงใหม่   ขวามือขนาดกลางเป็น ฟักข้าวที่ได้มาจากภาคกลาง(เป็นพันธุ์ที่บ้านฟักข้าว ได้นำมาปลูกที่เชียงใหม่)  ส่วนด้านบน “ขี้พร้าไฟ”จากทางภาคใต้ ขนาดเมล็ดใหญ่กว่า เหรียญ5บาท ได้มาจากการแลกเปลี่ยน จากชุมชนออนไลน์ บ้านสวนพอเพียง

ด้วยการแตกต่างหลากหลายทางกายภาพ ปัจจุบันประเทศไทย นักวิจัยการเกษตร กำลังเริ่มมีการวิจัย เพื่อศึกษาสายพันธุ์ คาดว่าอีกไม่นาน เราคงได้ทราบข้อมูลมากขึ้นต่อไป และนำมาซึ่ง การพัฒนาสายพันธุ์ต่อไปในอนาคตค่ะ


   มิ.ย. 08

“ดอกฟักข้าวบาน” Blooming

ตามปกติแล้ว ฟักข้าวจะออกผลได้ตลอดทั้งปีค่ะ สลับผลัดเปลี่ยน หมุนเวียน ออกดอกออกผล กันอย่างต่อเนื่อง มาถึงเวลาปลายเดือนพฤษภาคมย่างเข้าฤดูฝนแล้ว เมื่อได้ฝนแรกก็ทำให้ดีใจแล้วค่ะ  2-3 ก็เริ่มเห็นแตกยอดอ่อน ชูก้าน เตรียมตัวปีนป่าย กันทีเดียวค่ะ  

ผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็จะมีดอกตูม ก้านยาว มีขนอ่อนปกคลุม และหลังจากนั้นอีก2 สัปดาห์ ดอกก็จะโตขึ้นจนถึงเวลา บาน อวดโฉมแล้วค่ะ

  ดอกฟักข้าวบาน จะมีสีขาวเหลืองนวล ตรงกลางเกสร มีสีดำ สีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ ขนาดของดอกเมื่อบานเต็มที่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7-8 เซนติเมตร

ที่ประหลาดไปกว่านั้นคือว่า..มีดอกตัวผู้ และ ดอกตัวเมีย ซื่งก็แตกต่างกันเห็นได้ชัดค่ะ และก็แยกเป็นต้นอย่างชัดเจนค่ะ ต้นตัวผู้ เมื่อดอกร่วงแล้วจะไม่ติดผลเลย ส่วนดอกตัวเมีย หลังจากดอกร่วงไปแล้ว ตรงฐานดอกจะมีลูกเล็กๆรีๆ ติดกับก้านดอกและจะโตขึ้นเป็นผลฟักข้าว

 


   เม.ย. 05

สวยสู้แดด!!!!!ด้วยฟักข้าว

แจ้งเกิด!!

ครีมกันแดดสมุนไพรนาโน จับมือภาคเอกชนเร่งบุกตลาดโลก

นักวิจัยไทยคิดค้นครีมกันแดดสมุนไพรนาโนสำเร็จเป็นรายแรก นำฟักข้าว และมะหาดมาใช้เป็นส่วนผสมหลักควบคู่กับผลิตโดยเทคโนโลยีนาโน เผยคุณสมบัติไร้สารเคมี ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ป้องกันแสงแดดได้นานกว่า 8 ชม. พร้อมจับมือเอกชนต่อยอดสู่ตลาดโลก


ภญ.ดร.ประคองศิริ บุญคง ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนายาไทย และสมุนไพร กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ปัจจุบัน ครีมกันแดดที่จำหน่ายในท้องตลาดทั้งสินค้าในและต่างประเทศ ล้วนทำมาจากส่วนผสมของสารเคมีทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะเกิดการสะสมของสารเคมีบนผิวหน้า เปลี่ยนเป็นอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิวแทนการป้องกัน ซึ่งเป็นต้นเหตุเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยต่างๆ อีกทั้ง จากสภาวะโลกร้อน ทำให้แสงแดดที่ส่องลงมามีความรุนแรงมากกว่าเดิม โอกาสที่ผิวหนังจะได้รับผลกระทบมีสูงขึ้น

 ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้วิจัยและพัฒนา นำสมุนไพรไทยมาทำเป็นครีมกันแดด กว่าจะสำเร็จใช้เวลานานนับปี ซึ่งสมุนไพรหลักที่นำเป็นส่วนผสม ได้แก่ ฟักข้าว และมะหาด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิว ป้องกันรังสี UV A และ UV B รวมถึง ต่อต้านกระบวนการสร้างสีของผิวหนัง ป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำ นอกจากนั้น ยังประกอบด้วยสมุนไพรอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ผิวหนังอีกหลายชนิด

 ภญ.ดร.ประคองศิริ กล่าวต่อว่า ด้านการผลิตใช้กระบวนการนาโนเทคโนโลยี ทำให้ครีมบางเบาสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่เหนอะหนะ ซึ่งครีมกันแดดสมุนไพรนาโนดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมใหม่รายแรกของโลก

 ด้านคุณสมบัติต่างๆ ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ยืนยันได้ว่า ผู้ใช้จะไม่เกิดอาการแพ้โดยเด็ดขาด 100% เนื่องจากปลอดสารเคมี และส่วนผสมต่างๆ ล้วนมาจากสมุนไพร ดังนั้น จึงใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กทารก จนถึงวัยชรา

 นอกจากนั้น มีคุณสมบัติป้องกันแดดได้นานกว่า 8 ชั่วโมง ขณะที่ครีมกันแดดจากสารเคมีโดยเฉลี่ย ป้องกันได้เพียง 30 นาที รวมถึง มีค่า SPF (Sun Protecting Factor) 50 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของครีมกันแดดทั่วไปที่อยู่ประมาณ 30

ทั้งนี้ เพื่อให้นวัตกรรมดังกล่าวพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ได้ร่วมกับ H.C. Herb Club ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับศูนย์พัฒนายาไทย และสมุนไพร กระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยในการต่อยอดด้านการตลาด

 นายโฆษิต พงษ์วสุธร ประธานกรรมการ H.C. Herb Club เผยว่า การตลาดในการส่งเสริมครีมกันแดดสมุนไพร ตั้งเป้าจะเน้นส่งออกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป และเอเชีย ซึ่งให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยอย่างมาก ผ่านการออกงานแฟร์ต่างประเทศ ส่วนตลาดในประเทศ จะมุ่งเจาะในกลุ่มผู้ที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดบ่อยครั้งและเป็นเวลานานๆ เช่น ผู้นิยมเล่นกีฬากอล์ฟ และผู้ไปท่องเที่ยวตามทะเล เป็นต้น อีกทั้ง ทำตลาดผ่านทางเว็บไซต์ www.hc-herbclub.com และหน้าร้าน H.C. Herb Club ที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ โทร.0-2835-3526

 ทั้งนี้ ครีมกันแดดสมุนไพร กำหนดราคาที่ 480 บาท (30 g) โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน Thailand Health &Beauty Show 2009 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 7 มิถุนายนนี้

ที่มา  :   ASTVผู้จัดการออนไลน์ ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2552


   เม.ย. 04

สูตรชลอความชรา…ไม่อยากแก่เชิญทางนี้

พูดถึงความแก่ แน่นอนว่าทุกคนคงหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ สำหรับบางท่านอาจเห็นว่าเรื่องนี้ไร้สาระ ไม่มีใครเอาชนะแรงดึงดูดได้… แต่หลายท่านคงไม่อยากดูแก่กว่าวัยจริงไหมคะ 

ถ้ามีคนมาทักเราว่า ดูแก่กว่าวัยนะ ทำไมเหี่ยวแล้วล่ะ ไปทำอะไรมาทำไมโทรมจัง แค่นี้ จิตใจเราก็หดหู่ แย่ไปตามร่างกายทันที แหม…มนุษย์ปุถุชน มันก็มีคิดมากกันบ้างประโยชน์ของการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนกว่าวัย จึงไม่ใช่ด้านร่างกาย แต่ทำให้จิตใจเราเบิกบานด้วยนะคะ

สูตรเด็ด ไม่แต่ลับ เพื่อชลอความชรา พูดง่ายๆ ก็คือ เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับคนไม่อยากแก่ เชิญทางนี้ค่ะ 

1. คุณต้องบอกตัวเองว่า “ฉันไม่อยากแก่ !!!”

 

ทำไมต้องบอกตัวเอง ?? ก็เพื่อให้เรามีแรงผลักดันที่จะทำตัวให้ look young ไม่ดูแก่ยังไงล่ะ ให้เราได้เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจกันเลยทีเดียว.. เหมือนกับการสะกดจิตตัวเอง(ไม่ใช่หลอกตัวเองนะ)
ลองพูดคุยกับคนที่อายุน้อยกว่า เพื่อดูทัศนะคติ(ในแง่บวกนะ)ของวัยรุ่น มุมมองต่างๆ ความสดชื่น ร่าเริง กระฉับกระเฉงของคนเหล่านี้ มันน่าอิจฉาใช่ไหมล่ะ… คุณเองก็ทำได้นะ…
 

  

 
 
 

2. คิดบวก ลดเครียด

 

อย่าดูถูกความเครียด มันทำให้เราแก่กว่าวัยเร็วมาก… เมื่อเครียด เราจะขมวดคิ้ว ย่นปาก เบ้หน้า บ่อยๆ เข้าก็ทำให้หน้าเกิดริ้วรอย ผมหงอกเร็ว เซลร่างกายเสื่อม จิตใจหดหู่ ..บางคนเวลาเครียดจะกินจุบจิบ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือในบางรายก็ไม่ทานอาหารเลย… มันทำให้ร่างกายยิ่งโทรมนะคะ 

เริ่มต้นที่ความคิดก่อน คิดให้บวก ในระยะแรกๆ อาจจะยากค่ะ พยายามหาเพื่อนฮาๆ อย่าคิดว่ามันไร้สาระเลย เพื่อนเหล่านี้ช่วยคุณหายเครียดได้ ฮาอย่างเดียวนะคะ อย่าชวนกันไปดื่มเหล้า หรือชวนกันประชดชีวิตให้เสียคน หรืออาจหาทางระบายออกของความเครียด ดูหนัง ฟังเพลง ระบายกับเพื่อน ตะโกนออกมาดังๆ ไปพักผ่อน อยู่กับธรรมชาติ อะไรก็ตามที่ทำให้คุณโล่ง โปร่ง สบาย หายเครียด เต็มที่เลยค่ะ 

3. ทานอาหารต้านความชรา

 

อาหารดีๆ ที่มีสารต้านอนุุมูลอิสระ (antioxidant) อยู่รอบตัวเราค่ะ โดยส่วนตัวผู้เขียนแล้ว ชอบดื่มน้ำแครอทคั้นจากเครื่องแยกกากค่ะ ดื่มวันเว้นวันเลยทีเดียว สลับกับน้ำส้มคั้นสด น้ำเสาวรส น้ำฝรั่ง ปริมาณที่ดื่มต่อวันไม่มากเกินไป เพราะอาจทำให้อ้วนจากแคลอรี่เกิน(exceed calorie intake) และแครอทีน (carotene) จากน้ำแครอทมากไปจะทำให้ตัวออกเหลืองๆ ค่ะ อะไรที่มากไปไม่ดีทั้งนั้น 

ผัก และ ผลไม้ ที่สด สะอาด และหลากหลายชนิด คือคำตอบของอาหารต้านชรา เพราะเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ กล่าวคือ วิตามินสูงช่วยให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ มีกากใยช่วยเรื่องการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย มี ไฟโตนิวเทรียน (phytonutrient : phytochemical หรือสารเคมีตามธรรมชาติที่อยู่ในพืชผักผลไม้) ซึ่งเป็นสารให้สีในผักผลไม้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (หากมีเวลาจะอธิบายเพิ่มเติมให้เป็นหัวข้อเฉพาะ) 

ทำไมผักผลไม้ต้องหลากหลายชนิด ? …ก็เพราะสีที่แตกต่างกันออกไปก็ให้วิตามินและไฟโตนิวเทรียนต่างกันไปด้วย จึงควรทานให้หลากหลายค่ะ…. (แน่นอนว่า หากมีเวลาจะเขียนให้ค่ะ) 

4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

การออกกำลังกายทำให้เราแข็งแรง สดชื่น ไม่เหนื่อยง่าย ทำอะไรก็กระฉับกระเฉงว่องไว หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว การออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรง หุ่นเฟิร์ม เซลล์ร่างกายแข็งแรง ทำอะไรก็ไม่เหนื่อยง่ายแล้ว ในขณะที่ท่านออกกำลังกายจะก่อให้เกิดสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) ซึ่งเป็นสารระงับความเจ็บปวด และทำให้คลายกังวล ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น สดชื่นขึ้น 

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ร่างกายจะผลิตสารเอ็นดอร์ฟินขึ้นเมื่อ เกิดความเจ็บปวด เมื่อทานอาหารรสเผ็ดร้อน และการร่วมรักที่สุขสม ร่างกายสดชื่น อารมณ์แจ่มใส ชลอความชราได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ 

5. นอนหลับให้เพียงพอ

 

ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในยามที่เราหลับค่ะ ในระหว่างที่เราได้หลับ อาหารดีๆ วิตามินทั้งหลาย จะเข้าไปเสริมสร้าง และซ่อมแซมทันที 

นอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ…. ร่างกายแต่ละท่านต้องการไม่เหมือนกันค่ะ บางท่านหลับลึก ประมาณ 4-6 ชั่วโมงเขาก็สดชื่นแจ่มใสเต็มที่แล้ว แต่บางท่าน อาจต้องพักผ่อนนานถึง 8 ชั่วโมง… สำหรับท่านที่มีปัญหากับการนอนหลับ หลับไม่ลึก หยุดหายใจขณะนอนหลับ และท่านที่เครียดมากๆ จะทำให้นอนไม่พอ จนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ เรื้อรังตามมา ต้องรีบรักษาและหาทางแก้ไขนะคะ 

6. น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์

 

ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุดค่ะ ชา กาแฟ น้ำอัดลม ไม่ดีต่อสุขภาพ น้ำสะอาดจะช่วยขับพิษหรือของเสียต่างๆ ออกจากร่างกาย ดื่มน้ำบ่อยๆ ให้ได้วันละประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน จะช่วยให้เซลร่างกายไม่ขาดน้ำ ผิวพรรณจะสดใสค่ะ วิธีดื่มก็ต้องดื่มทั้งวัน ไม่ใช่ดื่มรวดเดียว 3 แก้ว เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก ร่างกายจะขับน้ำส่วนเกินออกทันที ต้องค่อยๆ ดื่ม ดื่มทั้งวันให้ร่างกายได้นำน้ำไปใช้ ให้เซลทั้งหลายได้ดูดซึมน้ำค่ะ 

อากาศก็เป็นสิ่งสำคัญ อากาศที่สะอาดบริสุทธ์ จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารพิษ(อนุมูลอิสระ) เข้าไปเพิ่ม เราก็ไม่เจ็บป่วยด้วยค่ะ อย่าลืมว่าเซลต่างๆ ในร่างกายเรา ต้องการอาหาร น้ำ และอากาศอ่ะ 

7. หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้กัน

 

ข้อนี้ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ แค่มอบความรัก ความห่วงใย ความอาทร ความเอาใจใส่ มันช่วยให้เรารู้สึกยินดี รู้สึกเบิกบานใจ มีความสุขจากข้างใน มันจะแสดงออกมาทางสีหน้า แววตา ผิวพรรณ ยามกิน ยามนอน ยามตื่น ก็สุขกายสบายใจ ไม่ต้องกลัวใครคิดร้าย ไม่ต้องกังวลใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสแบบนี้ นอกจากจะ look good แล้ว ยัง look young (at heart) ด้วยนะคะ
 

  

สูตรดีๆ แบบนี้ บอกต่อๆ กันไปค่ะ…